Diary

อกเล็กแล้วผิดตรงไหน!?

posted on 29 Oct 2008 11:03 by nanaisolation in Diary

อุตสาห์ตั้งใจว่าจะดอง Blog ให้เค็มได้ที่แล้วค่อยมาอัพ

เพราะช่วงนี้กำลังอยู่ในระหว่างก่อร่างสร้างตัว เนื่องจากข้าพเจ้าตกงานแล้วนั่นเอง

 

แต่... เมื่อเช้า ตื่นขึ้นมาดูข่าว "เรื่องเล่าเช้านี้" ด้วยอาการมึนๆ งงๆ ง่วงๆ

และแล้ว ก็เจ๊อะกับข่าวที่ทำให้ตาสว่างขึ้นมาทันใด... จำอะไรไม่ค่อยได้มากนัก

Search หาข้อมูลเพิ่มเติมในเน็ตก็ไม่เจอเลย ...เข้าไปหาใน Pantip ก็ไม่เจอเลย

เอาเป็นว่า เนื้อหาคร่าวๆ ก็คือ...

 

" ณ ประเทศ ประเทศหนึ่ง (ใครดูข่าวแล้วจับใจความได้มาก รบกวนโพสต์ตอบสักนิดนะคะ)

เค้าห้ามไม่ให้ คนหน้าอกเล็ก ขี่มอเตอร์ไซด์! ... และก็ไม่อธิบายด้วยว่าเพราะเหตุใด!!!"

 

คนหน้าอกเล็กที่ว่า ก็คือคนที่รอบอกไม่เกิน 72 เซนติเมตร ...จะว่าไปก็สาวๆ คัพ A นะแหละ

ในรายการมีการแซวกันด้วยว่า งานนี้สถาบันเสริมหน้าอกคงจะงานเข้าเป็นแน่แท้

 

.... ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นเวียดนามหรืออะไรสักอย่างนี่แหละ

คุณแฟนฟังแล้วขำๆ หัวเราะคิกคัก (สนุกนะ สนุก!) แต่... เราไม่ขำด้วยเฟ้ย!!!

 

อกเล็กแล้วผิดตรงไหน!?

 

อกเล็กแล้วมันเกี่ยวอะไรกับขี่มอไซด์!?

 

ระหว่างขี่รถมาทำงาน ซึ่งตอนนี้เหลืออีก 2 วันก็จะถึงวาระสุดท้ายของการทำงาน

ก็เลยถกๆ เถียงๆ เรื่องนี้กันมาตลอดทาง แอบได้ข้อสรุปแบบขำๆ ฮาๆ ว่า...

 

1. อาจเป็นเพราะคนอกเล็กที่ว่านั้น จะหมายถึงพวกเด็กๆ ก็เป็นได้ เพราะเด็กๆ ขี่มอเตอร์ไซด์

จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่า... (มองโลกในแง่บวกแบบนางสาวไทย )

 

2. อาจเป็นเพราะตอนขี่มอเตอร์ไซด์ เราต้องสวมหมวกกันน็อค และเมื่อสวมหมวกกันน็อค

ก็ทำให้แยกแยะเพศไม่ได้ว่า ชาย - หญิง ... (อ่าว... จะแยกชายแยกหญิงไปทำแป๊ะไรมิทราบ

 

3. อาจเป็นเพราะคนอกเล็กไร้แรงต้านทาน... (ตูเอาส่วนไหนคิดฟะเนี่ย) 

 

4. อาจเป็นเพราะตำรวจจราจรู้สึกดีเมื่อเห็นสาวๆ อึ๋มๆ ขี่มอเตอร์ไซด์ จรรโลงใจคอดๆ ...(ฮ่วย!) 

 

สรุปแล้ว ไม่สามารถคาดเดาได้จริงๆ เลยว่า อกเล็ก ทำไมถึงต้อง ห้ามขี่มอเตอร์ไซด์

อ๊ากกกกกกกกกกกกกก............ ร้อนตัวนะเฟ้ย เคืองๆ ฟู่ๆๆๆๆ 555+

 

อกเล็กๆ สิดี (หาเหตุผลสนับสนุนตัวเองสุดฤทธิ์) ... เราสามารถ

1. นอนคว่ำอ่านหนังสือได้โดยไม่เจ็บหน้าอก

2. ใส่เสื้อตัวเดียวเดินไปเดินมาในบ้านได้โดยไม่ต้องแคร์ว่าจะอุจาดสายตาใคร

3. วิ่งไปไหนมาไหนก็ได้โดยไม่ต้องแคร์ว่าอะไรต่อมิอะไรจะหก จะล้นออกมา

4. ไม่เป็นโรคปวดหลัง!

5. ใส่สายเดี่ยวได้โดยไม่ต้องแคร์ว่าใครจะมองว่าเซ็กซี่

6. แอ๊บเนียนเป็นเด็กประถมได้ (ถ้าหน้าตาให้ และใจกล้าพอ) 

 .

.

.

ฯลฯ

 

เอาล่ะ... เอาเวลากลับไปคิดเรื่ือง Project ของชีวิตต่อดีกว่า

สำหรับผู้ที่ Add Fav เอาไว้ทุกท่าน ขอบคุณมากๆ นะคะ 

นู๋หนิงจะกลับมาเร็วๆ นี้ พร้อมบล็อกโฉมใหม่ ไฉไลๆ และกิจกรรมสนุกๆ

 

จนกว่าจะพบกันใหม่.... (ฮา.... กริบ)

edit @ 29 Oct 2008 14:30:12 by NANA

ผลงาน Illus ครั้งแรกในชีวิต

posted on 18 Oct 2008 18:27 by nanaisolation in Diary

ก่อนอื่น ขอประกาศให้ทุกคนทั่วราชอาณาจักรทราบก่อนว่า

 

ข้าพเจ้าตกงานแล้วค๊าบบบบบบบบบ!!!!!!!!!!

 

...เนื่องด้วยพิษเศรษฐกิจอันโหดร้าย หนังสือของฉันก็เป็นหนึ่งในพิษร้ายเหล่านั้น

แน่นอนว่า บอสต้องออกมาบอกกับทีมงานของเราว่า "หนังสือของเราต้องปิดตัวลง"

เนื่องจากช่วงปีมานี้ ขาดทุนอย่างรุนแรง ด้วยค่าใช้จ่ายที่แพงแบบหูฉี่ ......

ชิ้ง... ค่าชดเชย 3 เดือน กับเงินเดือนสิ้นเดือนนี้อีก 1 เดือน จะเพียงพอต่อแผนการมั๊ย?

ทีแรกก็แพลนไว้ว่าอยากทำ Production House รับทำงานสื่อสิ่งพิมพ์ ออกแบบ ดีไซน์

และอะไรๆ ที่เกี่ยวกับการทำหนังสือ แผ่นพับ โบรชัวร์ โฆษณา และงานแปล... 

และมันก็ถึงเวลาแล้ว ที่ฉันต้องออกไปเผชิญกับแผนการที่ตัวเองและที่รักวางเอาไว้สินะ

 

เอาเหอะ... ผันชีวิตจากการเป็น "บรรณาธิการ" มารับผิดชอบทุกสิ่งทุกอย่างเต็มรูปแบบดู

ก่อนอื่น ขอฝึกฝน + ฝึกหัด สิ่งที่ยังทำไม่เป็นบ้างดีกว่า วันนี้ ได้ฤกษ์ฝึกโปรแกรม Illustrator CS3

(ฮ่วย CS4 กำลังจะออกมาเร็วๆ นี้ ทำไมฉันต้องมางมกับ CS3 ละเนี่ย...)

 

หนังสือ... ไม่มี... อาจารย์สอนรึ ก็ไม่มี... ALL BY MYSELF ทุกสิ่งทุกอย่างสินะเนี่ย 555+

แต่ก็โชคดีที่ไปเจอกับบล็อกของคุณ JIPJIP ที่ Bloggang โน่น ก็นั่งงมๆ มันตั้งแต่บ่ายเลย

ต้องขอออกตัวก่อนว่า ไม่เคยแตะต้องเจ้า Illustrator มาก่อน เคยบ้างก็ตอน Copy Vector 

เพราะฉะนั้น... งานมันก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละ ฮือๆ... แต่ด้วยความที่เป็น "ครั้งแรก" 

ไอ้เราก็อยากจะเอามาอวด ... ดูตามลำดับกันโลด

 

ผลงานชิ้นแรก เอามาจากบทเรียนบทที่ 6 Lesson 6 :: Breakfast is Ready !! <คลิกสิ

ถ้าใครอยากเห็นผลงานของอาจารย์ต้นฉบับก็คลิกตามไปดูได้นะคะ... ของฉันออกมาแบบนี้

งานชิ้นแรก เป็นงานที่ทำให้เรียนรู้ว่าอุปกรณ์อันไหนมีไว้ทำอะไรบ้าง... ด้วยความใจร้อน

ก็เลยข้ามขั้นตอนไปวาดตัวการ์ตูนเลย 555+ ทำเสร็จก็เอาไปแอด Emotion ใน MSN

ทักทาย + แจกชาวบ้านไปทั่ว (ช่างกล้าจริงๆ เลย หึหึ)

 

ประเดิมด้วย การวาดการ์ตูนครั้งแรก

ช่างกล้าเนอะ... ยังเขียนชื่อตัวเองกำกับเอาไว้อีกต่างหากแน่ะ

เมื่อวาดตัวแรกได้ ตัวที่สองก็ต้องตามมา ...และด้วยความใจร้อนอีกเช่นกัน

ข้ามขั้นมันเข้าไปครับพี่น้อง! จะเอามาทำเป็น Emoticon ก็จับยัด Image Ready เลย

จากภาพนี้...

ภาพนี้...

และภาพนี้

 ประกอบร่างเป็น... เป็น... เป็น...

 

นู๋หนิงขี้บ่น 555+ (เอาไปแอดใช้ใน msn ได้นะคะ ไม่หวง งานชิ้นแรก เอิ๊กๆ)

 

 

เอาล่ะ มาไว ไปไว.............

 

 

ตกงานแล้วเว้ย!!!

มีเรื่องมาเล่าอีกแล้วค่ะ!!! ... เป็นคนที่มีเรื่องเล่ามากมาย แต่ก็ไม่มีเวลาอัพแฮะ

และด้วยเหตุทั้งหลายทั้งปวง ทำให้สามารถเล่าเรื่องได้แบบ โน่นนิด นี่หน่อย เฮ้อ!

เมื่อต้นเดือน หลังจากปิดเล่มเสร็จ ด้วยความเปรี้ยวของพวกเราก็เลยพากันไปเชียงราย

เก็บเรื่องเชียงรายไว้เล่าทีหลังก่อน (บอกแล้ว ว่าเรื่องเล่ามันเยอะ 555+) ไปลาวกันก่อน

 

การเดินทางครั้งนี้ มีคนไปทั้งหมด 6 คน ยัดกันเป็นปลากระป๋องในวีออสเล็กๆ 1 คัน

หลังจากกลับลงจากดอยแม่สลอง (แปะโป้งไว้ก่อน) ก็ขับรถมุ่งไปสามเหลี่ยมทองคำกัน

ทีแรกก็เถียงๆ กันอยู่ เนื่องจากฉันเคยไปมาแล้ว และไม่ประทับใจ จะค้านก็ค้านไม่ได้

เพราะงานนี้มีคนยังไม่เคยไปสามเหลี่ยมทองคำอยู่ด้วย... เอาวุ้ย เที่ยวไทย ไม่ไปไม่รู้!!!

 

เมื่อมาถึงสามเหลี่ยมทองคำ มันก็ปาเข้าไปบ่ายแก่ๆ แล้วแหละ เลยนึกอยากทำอะไรสนุกๆ

ก็แหม... มาถึงดินแดนที่เป็นรอยเชื่อม 3 ประเทศ ไทย พม่า ลาว ทั้งที มาเห็นน้ำโขงทั้งที

ทำไมไม่ลองลงไปสัมผัสน้ำโขงดูมั่งล่ะ? จริงมะ? ... ก็เลยตัดสินใจกันว่า ไปช้อปปิ้งกัน!

ช้อปปิ้งที่ว่า ก็จะพาไปที่ลาวนั่นแหละค่ะ ที่ฝั่งลาวมีตลาดปลอดภาษีชื่อว่า "กาดดอนซาว" อยู่

ทีนี้ การเดินทางไปที่นั่น ใช้สปีดโบ้ทแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว ... มากัน 6 คน 3 คู่... เกิดปัญหา!

 

ปัญหาที่ว่าก็คือ กฏของกรมการท่า สปีดโบ้ท 1 ลำ รับคนได้ไม่เกิน 5 คน เท่ากับว่าไป 6 คนไม่ได้

เรือ 1 ลำ คิดค่าเดินทางต่อรอบ 400 บาท ไป - กลับ (ชาวต่างชาติคิดหัวละ 500 ... 

รู้สึกดีจัง ที่เกิดมาเป็นคนไทย 555+)  หลังจากตัดสินใจกันอยู่นาน ก็ได้บทสรุปว่า แบ่งลำละ 3

กำลังดีเลยแหละ (จริงๆ นะ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่าเพราะอะไร)

 

... อย่าสนใจคนเลยค่ะ 555+ แค่จะบอกว่า มาถึงแล้วนะ เหนือสุดสยาม

 

ใส่ชูชีพ เตรียมออกเดินทาง... สังเกตได้ว่าสีสันแตกต่างกันชะมัดเลย

 

เมื่อพร้อมแล้วก็ลุย! คนขับเรือ (เค้าเรียกว่าอะไรน่ะ?) จะคอยบรรยายให้ฟัง

ว่าตอนนี้เรากำลังผ่านน่านน้ำของพม่า ผ่านโรงแรมหรูไฮโซสร้างโดยคนไทย

ผ่านโครงการบ่อนคาสิโนรายใหญ่ด้วยความร่วมมือของไทย จีน ลาว ฯลฯ

ด้านบนนี้ก็คือโรงแรม Paradise บนฝั่งพม่า โรงแรมหรูติดริมน้ำโขงค่ะ

คนขับเรือเล่าให้ฟังว่า เจ้าของเป็นคนไทย ร่ำรวยมาก ไปเปิดโรงแรมที่พม่าซะเลย

 

นั่งสปีดโบ้ทนี่มีแอบหวาดเสียว (เรือของกลุ่มเดียวกันกับเรา มาจอดเทียบคุยกันแหละ

ระหว่างที่กำลังชมความงามของฝั่งพม่า ) ...ที่บอกว่าผู้โดยสาร 3 คนกำลังดีเนี่ย

ก็เพราะว่า จะได้นั่งตามรูปยังไงละคะ ใครที่นั่งหน้าสุด เค้าไม่แนะนำ เพราะว่าหน้าเรือจะเหินขึ้น!

แค่ฉันนั่้งอยู่ด้านหลังก็รู้สึกถึงความเหาะเหินเดินอากาศบนน้ำของเจ้าสปีดโบ้ทนี่แล้วล่ะ

เห็นภาพถ่ายเหมือนจะแล่นชิวๆ แต่จริงๆ แล้วเรือเร็วมากสมชื่อสปีดโบ้ทเลยค่ะ

ในที่สุด เราก็ได้ขึ้นเหยียบผืนดินลาวกันจนได้ ที่นี่คือตลาดปลอดภาษี

ที่เรียกว่าตลาด "ดอนซาว" นั่นแหละ ของซื้อของขายมีทั้งแปลกตาแปลกใจ

และแบบคุ้นหน้าคุ้นตาตามถนนคนเดินบ้านเราแถวๆ เชียงใหม่ แต่ราคาต่างกันค่ะ

เด็กสามคนนี้ มาช่วยเทียบเรือให้ ทีแรกก็แอบคิดในใจว่าช่างเป็นเด็กดีจริงจริ๊ง

พอเดินขึ้นฝั่งปุ๊บ... แม่เจ้า น้องทั้งสามวิ่งตามติดแล้วแบมือขอตังค์กันเลยค่ะ

มา Review สินค้าที่เห็นในตลาดบ้างดีกว่า... ขอพูดถึงเฉพาะอันที่รู้สึกว่า

Amazing!!!!!!!!!!!!!!!!! ก็แล้วกันนะคะ เพราะสินค้าหลายๆ อย่าง ฝั่งไทยก็มี

อ้อ! มาที่นี่ ระวังของปลอมเยอะมากมาย แถมราคาที่ตั้งไว้เผื่อก็ต่อได้เกินครึ่งนะ

เมื่อขึ้นถึงฝั่งก็จ่ายค่าธรรมเนียมไปตามระเบียบ คนละ 20 บาท

ไม่น่าเชื่อเลยนะว่า เพียง 20 บาท ก็จะสัมผัสกับผืนแผ่นดินลาวได้แ้ล้ว (เว่อร์ซะ)

เมื่อขึ้นมาถึงฝั่ง... พร้อมๆ กับกลุ่มเด็กที่คอยรับ - ส่ง นักท่องเที่ยวเสร็จแล้วขอตังค์

เราก็มาสะดุดตากับของสิ่งแรกที่เจอกันเลยแหละ... มันก็คือ!!!

........../omg พระเจ้า! มันคืออะไรครับพี่น้อง!!! มันคือเหล้าดองงู!!!

งูน้อยงูใหญ่ เรียงรายอย่างสวยงาม (???) อยู่ในขวดโหลเหล้าดองยา...

งานนี้ ต่อให้ฉันใจกล้าสักแค่ไหนก็ไม่ลองค่ะ ไม่มีทางลองเด็ดขาด!!!

ขนาดพี่ๆ ในก๊กที่ขึ้นชื่อเรื่องเหล้ายาปลาปิ้งยังส่